วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ผงใส่ผม Hair Fiber ที่ดีที่สุดในปี 2017 - อย่าเพิ่งซื้อถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้

ผงใส่ผม Hair Fiber ที่ดีที่สุดในปี 2017 - อย่าเพิ่งซื้อถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้


Hair Fiber คืออะไร ?


Hair Fiber คือเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติ ที่นำมาผ่านกระบวนการในการปรับปรุ่งรูปทรง ให้เหมาะแก่การนำมาใช้งานในคนที่มีเส้นผมค่อนข้างบาง ให้ดูมีเส้นผมที่หนาขึ้น โดยที่เส้นใยนี้จะไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายจาก ยา หรือสารเคมี

Hair fiber หรือที่เราเรียกกันว่าผงใส่ผมนั้น สามารถช่วยทำให้ผมที่บางกลับมาดูหนาขึ้น แลดูมีวอลุ่มมากขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็มีให้เลือกใช้กันอยู่หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป hair fiber นั้นสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง และมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย แต่ในประเทศไทยนั้นจะนิยมมากๆคือ hair fiber สีดำ สีน้ำตาลเข้ม และ สีน้ำตาลกลาง
ดูรายการสินค้า ผงใส่ผม hair fiber ทั้งหมด

การที่เราผมร่วง ผมบาง นั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นเกิดจากกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จนทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร หรือ บางทีก็อาจจะเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายที่ผิดปกติ และสุดท้ายคือ ความเครียด สิ่งต่างๆเหล่าวนี้ ล้วนทำให้เส้นผมเรา เกิดการหลุดร่วงได้ทั้งนั้น แต่เราก็ยังโชคดีที่มี hair fiber ช่วยปกปิดบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ซึ่งผงใส่ผม hair fiber นี้ก็ไม่ได้มีส่วนช่วยที่จะทำให้เส้นผมงอกมากขึ้น หรือทำให้ผมร่วงมากขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่เอาไว้ใช้ตกแต่งผมให้ดูหนาขึ้นเท่านั้น ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็ดีมากใช้กับความบางได้ทุกระดับ แต่บางยี่ห้อก็ไม่สามารถที่จะใช้กับคนที่มีเส้นผมบางมากๆได้
บทความนี้จะให้ข้อมูลทั้งหมดแก่คุณเพื่อตัดสินใจว่าแบรนด์ผงใส่ผม hair fiber ไหนที่คุณกำลังมองหาและสิ่งที่แบรนด์แต่ละแบรนด์จะนำเสนอ

ผงใส่ผม Hair Fiber ใช้งานอย่างไร ?

คุณสามารถใช้งานผงใส่ผมได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องให้ช่างตัดผม หรือช่างเสริมสวย หรือคนอื่นๆทำให้ ซึ่งส่วนผสมหลักๆของเส้นใยนี้ก็มักเป็นผงเคราตินที่ได้จ้างฝ้าย

 


ความหมายของเคราตินที่เราหาได้จาก 
สารานุกรม Britannica อธิบายไว้ว่า:
"เคราตินคือ เส้นใยของโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบ ในผม หรือ ขน และเล็ป เป็นต้น"
ซึ่งผงเคราตินสำหรับใส่ผมเหล่านี้ สามารที่จะปกปิดบริเวณที่บาง ทำให้ผมกลีบมาดูหนาขึ้น โดยที่ไม่เกิดอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด แต่จะไม่สามารถทำให้ผงงอกขึ้นมากกว่าเดิม ใช้เพียงแค่ปกปิดเท่านั้น
ดูรายการสินค้า ผงใส่ผม hair fiber ทั้งหมด

ซึ่งปกติแล้วเราก็จะใช้งานหลังจากที่สระผมแล้วก็รอให้ผมแห้งสนิท แล้วก็ทำการโรยผงเคราตินใส่ผม ไยังบริเวณที่มีผมบาง หลังจากนั้นก็อาจจะเอามือตบๆ หรือ อาจจะเป็นหวีซี่ห่างก็ได้ หวีหรือตบเบาๆ ไปยังบริเวณที่โรยผงใส่ผม เพื่อให้เกิดการเซ็ทตัว และดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งบางแบรนด์ หรือ บางยี่ห้อ ก็มีการนำเสนอว่า :
- ผงใส่ผมสามารถต้านทานลมได้

- ผงใส่ผมสามารถต้านทานฝนได้
- ผงใส่ผมสามารถต้านทานเหงื่อได้

สำหรับวิธีที่คุณจะทำความสะอาดผงใส่ผม หรือผงเคราติน ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ใช้แชมพูที่หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาดสระผม มันก็จะหลุดออกมาหมด ซึ่งปัจจุบันนี้ผงใส่ผมก็มีให้เลือกใช้มากมายหลายสี ดำ, น้ำตาลเข้ม, กลางน้ำตาล, น้ำตาลอ่อน, กลางสีบลอนด์, สีบลอนด์อ่อน, สีม่วง, สีเทาและสีขาว

ผงฝ้ายโมร็อกโกนั้นเป็นผงฝ้ายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่อจากคุณสมบัติที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดผลข้างเคียง และยึดเกาะกับเส้นผมได้ดีเนื่องจากผงฝ้ายนั้นมีประจุเป็นลบ ส่วนเส้นผมเรานั้นมีประจุเป็นบวก แต่ปัญหาสำหรับผงใส่ผม hair fiber ก็คือจะไม่สามารถใช้กับคนที่ศรีษะล้านได้ จะใช้ได้กับเฉพาะคนที่มีผมบาง เท่านั้น


แบรนด์ ผงใส่ผม Hair Fiber ที่ดีที่สุด

1. CABOKI HAIR FIBER


CABOKI เป็นผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังมากๆ ในประเทศไทย เนื่องจากถูกรายการของคุณสรยุทธ์ นำคลิปมาแสดงให้ดูทางรายการของช่อง 3 นั่นคือจุดเริ่มต้นให้คนไทยได้รู้จักกับผงใส่ผม หรือ Hairfiber ซึ่งหลังจากรายการจบก็มีลูกค้าหลายท่าน ติดต่อสอบถามเข้ามากับบริษัทของเราในเวลานั้นเป็นจำนวนมาก เรียกว่ารับสายกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว เนื่องจากมีเราเป็นบริษัทเดียวที่นำ caboki เข้ามาจำหน่ายในช่วงเวลานั้น ซึ่งตัว caboki เองก็มีเฉดสีให้เลือกใช้ด้วยกันทั้งหมด 9 สี ตั้งแต่สีดำไปจนถึงสีม่วง และนอกจากนั้นส่วนผสมทุกอย่างของ caboki นั้นก็ยังทำมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น โดยเฉพาะตัวผงก็ผลิตมาจากฝ้ายสายพันธุ์ โมร็อกโก

ความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อ CABOKI:
"มันทำให้ฉันมั่นใจมากขึ้น ผมของฉันดูหนาขึ้นอย่างน่ามหัสจรรย์ !!""ผลิตภัณฑ์นี้ใช้ง่าย และมันทำให้คนทั่วไปเห็นการเปลี่ยนแปลง"
"ถ้าคุณผมบาง ผมอยากให้คุณได้ลองใช้ caboki""มันทำให้ฉันมั่นใจมากขึ้น ผมของฉันดูหนาขึ้นอย่างน่ามหัสจรรย์ !!""ผลิตภัณฑ์นี้ เป็นสิ่งที่อัศจรรย์มากๆ"
ความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใช้ CABOKI:
คือการหลุดร่วงระหว่างวัน ระหว่างการทำงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับผงใส่ผม ซึ่งทุกๆยี่ห้อ นั้นมีการหลุดร่วงแน่นอน แต่ยี่ห้อ caboki นั้นระหว่างวันจะมีการหลุดร่วงน้อยมากราวๆ 5% - 6% เท่านั้น

2. SAMSON HAIR FIBER
samson hair fibersSAMSON HAIR FIBER ถ้าพูดถึงยี่ห้อนี้ ใครที่เคยใช้ผงใส่ผมอยู่คงไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องจากสินค้าถูกวางจำหน่ายมาในประเทศไทยได้ราวๆ 4-5ปีแล้ว  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทยถ้าดูจำนวนลูกค้าใน Line offical ของทางบริษัทจะเห็นว่ามีเกือบ 8000 คน ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ samson hair fibers เป็นแบรนด์ของบริษัทไทยแฮร์ไฟเบอร์ ซึ่งเริ่มต้นเลยทางบริษัทมองว่า caboki นั้นราคาค่อนข้างแพง และจะขายได้เฉพาะกับลูกค้าแค่บางกลุ่ม จึงได้พยายามสืบหาข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะหาแหล่งผลิตและก็ได้มาพบกับบริษัทในอเมริกา ที่รับผลิต ทางบริษัทจึงได้ว่าจ้างให้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ samson hair fiber ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้น 

จุดเด่นของแบรนด์ samson hair fiber นั้นก็จะอยู่ที่ราคา ซึ่งราคาถูกกว่า caboki เกือบครึ่ง และด้วยคุณภาพที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในส่วนของความปลอดภัยนั้น samson hair fiber มีเอกสารเลขจดแจ้งกับทางองการ์อาหารและยาเป็นที่เรียบร้อยและจากประสบการณ์ที่ จำหน่ายสินค้ามา 4-5 ปี ก็ยังไม่พบผู้ที่ใช้งานแล้วเกิดอาการแพ้   จึงไม่ยากเลยที่มาแทนที่ caboki ในตอนนี้


ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติม hairfiber | ผงใส่ผม | CABOKI | DEXE | SAMSON | ผงไฟเบอร์ | ผงเคราติน

เครดิต www.thaihairfiber.com

หลักในการเลือกซื้อผงใส่ผม Hair Hiber ให้ได้สินค้าดีมีคุณภาพดีที่สุด ไม่ใช่ของเก่าเก็บหมดอายุ ไม่ค้มกับเงินที่เสียไป


ลูกค้าหลายๆท่านที่เพิ่งจะเริ่มใช้ ผงใส่ผม หรือที่เราเรียกว่า hair fiber ที่เอาไว้โรยไปยังบริเวณที่บางก็จะทำให้ผมแลดูหนาขึ้น คงจะมีคำถามขึ้นมาในใจเป็นแน่ว่า ทำไมมีหลายยี่ห้อจัง จะเลือกใช้ของยี่ห้ออะไรดี ยี่ห้อไหนดีที่สุด และจะเลือกซื้อจากร้านไหนดีให้ได้ของแท้ คุ้มค่ากับเงินที่เราเสียไปวันนี้ผมมีคำตอบมาให้ลอง พิจารราตามกันดูนะครับ

อันดับแรกเรามาดูกันที่ความปลอดภัยของเจ้าผงใส่ผม hair fiber กันหน่อย ว่าแต่จะดูยังไงก็ตามนี้เลยครับ

    1.ขอดูเลขจดแจ้งกับองค์การอาหารและยา ว่ามีเลขจดแจ้งที่ถูกต้องไหม ชื่อผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายไหม ถ้าไม่มีรายละเอียดในส่วนนี้แนะนำให้ปล่อยผ่านเลยครับ เพราะไม่มีอะไรมารับรองเลยว่าสินค้าที่ใช้จะปลอดภัย ซึ่งจุดนี้สำคัญมากๆ

    2.วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า ตรงนี้สามารถดูได้จากเอกสารของเลขจดแจ้งได้เลครับเขาจะเขียนบอกว่าผลิตจากประเทศอะไร ซึ่งตรงนี้ผมจะแนะนำ ของทางอเมริกาจะดีที่สุดครับปิดผมได้เนียนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าที่มาจากจีน


อันดับที่สองคือความสดใหม่ของผงใส่ผม Hair Fiber ถ้าเป็นสินค้าใหม่มันก็จะค่อนข้างยึดเกาะกับเส้นผมได้ดี สีไม่ซีดจาง ดูเนียนเป็นธรรมชาติเวลาใช้งาน มาดูกันครับว่าจะเลือกันยังไง
    1.ให้เลือกดูจากร้านที่มีจำนวนลูกค้าเยอะๆ เพราะว่าสิ้นค้าจะไม่ค้างสต๊อกมีการหมุนเวียนตลอดเวลา แต่ถ้าร้านไหนไม่ค่อยมีลูกค้าก็จะมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงที่จะได้สินค้าเก่าค้างส๊อกมาใช้งาน เพราะสินค้าจำพวก hair fiber ปกติจะมีอายุไมเกิน 2ปี เป็นสินค้าที่ใช้กันเฉพาะกลุ่ม วิธีดูว่าร้านไหนมีลูกค้าเยอะนั้นไม่ยากครับลองกด add line เพิ่มเพื่อนไปสืบดูครับว่าร้านที่เราสนใจเขามีลูกค้ามากน้อยแค่ไหน สำหรับร้านผมเอง thaihairfiber มีไม่มากไม่น้อยครับราวๆ 8000 คนเอง ^^ ลงกดแอดลายมาสืบกันได้นะครับ 
เพิ่มเพื่อน


อันดับที่สามคือเลือกซื้อสินค้าผงใส่ผมที่เป็นของจิง ไม่ใช่ของปลอมเพราะคุณภาพระหว่างของจริงและของปลอมค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก ของปลอมไม่มีความปลอดถัยเมื่อใช้ไปนานๆก็การจะมีผลกระทบกับร่างกาย หรืออาจทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากยิ่งขึ้น

    1.ให้เลือกดูจากผู้ผลิดที่เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าโดยตรง หรือร้านค้าที่มีเอกสารรับรองการเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องเท่านั้น ถ้าไม่มีก็ให้คิดไว้เลยว่าสินค้าผงใส่ผมอาจจะเป็นของปลอม 

    2.ให้ลองดูจากร้านค้าที่เปิดมาสัก 3-4 ปี โดยสามารถที่จะเอา domain ไปตรวจสอบได้ด้วยตนเองที่เว็ป whois.com ว่าร้านค้านั้นเปิดมาแล้วกี่ปี เพราะจะทำให้มั้นใจได้ว่าเป็นร้านที่เปิดมานานมีตัวตนจริง

    3.เมื่อได้ชื่อร้านตามข้อ 2 แล้วก็ให้ลองนำชื่อไปค้นหาดูใน google.co.th ว่าร้านเคยมีประวัติไม่ดีหรือไม 

ทางร้านหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนผมบาง ที่ต้องการทดลองใช้ผงเคราตินใส่ผมเพิ่มผมหนา นำไปใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อผงไฟเบอร์ใส่ผม ให้ได้ผงใส่ผมที่ดี มีคุณถาพ ไม่ถูกหลอกครับ

ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติม hairfiber | ผงใส่ผม | CABOKI | DEXE | SAMSON | ผงไฟเบอร์ | ผงเคราติน

เครดิต Thaihairfiber.com

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Caboki ของแท้มีรุ่นไหนบ้าง ที่ยังมีขาย ตามมาดูกัน

Caboki ของแท้มีรุ่นไหนบ้าง ที่ยังมีขาย ตามมาดูกัน

เชื่อหรือไม่ครับว่า caboki ถูกผลิตมาได้ราวๆ 9 ปีแล้วซึ่งผมนับง่ายๆจากวันที่จดชื่อ Domain ในปี 2007ตามรูปด้านล่างนะครับจนถึงปีนี้คือ 2016 ก็ผ่านมา 9ปีละ
Caboki เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเอาไว้ปกปิดบริเวณที่ผมบางซึ่งตัว Caboki เองไม่มีส่วนช่วยใด้ๆที่จะทำให้ผมงอกขึ้นมาและคนที่ไม่มีเส้นผม ก็ไม่สามารที่จะใช้Cabokiได้ครับ ซึ่งคนที่จะใช้งานได้ก็ควรที่จะมีผมเดิมอยู่บ้างเพื่อให้ตัวผงใส่ผมได้ยึดเกาะ ทำให้ผมเราดูแล้วมันหนาขึ้น

หลายๆคนที่เพิ่งเริมรู้จักกับเจ้า Caboki คงจะงงกัน เพราะมีหลายๆเว็บ บอกวิธีการตรวจสอบ ต่างๆนาๆ ว่าแบบไหนคือของจริง แบบไหนคือของปลอม วันนี้ผมเองจะมาแชร์ประสบการณ์ ให้ทุกคนได้ฟังกันนะครับ

Caboki นั้นไม่ได้มีขายที USA ที่เดียวนะครับ ซึ่งจากรูปด้านล่างทีผมได้ save ไว้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เราจะเห็นว่า Cabokiมีจำหน่ายในหลายๆ ประเทศเช่น แคนนาดา อังกฤษ ฝรังเศษออสเตเรีย นิวซีแลนด์ สิงค์โป อิตาลี่ สเปน และจีนประเทศเหล่านี้คือประเทศที่บริษัท Caboki เข้าเปิดบริษัทและขายสินค้าด้วยตัวเอง
ดูกันต่อนะครับว่าแพคเกจจิ้งของ Caboki มีแบบไหนกันบ้างเพราะจากที่ผมได้เข้าไปดูข้อมูลเวปที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ข้อมูลที่นำเสนอ ค่อนข้างไม่ถูกต้องครับและที่สำคัญคือ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเอาซะเลย จนบางทีทำให้ลูกค้าคิดว่าของจริงกลายเป็นของปลอมกันเลยทีเดียว รู้ไหมครับว่าจริงแล้วตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันCaboki เปลี่ยนแพคแกจจิ้งมาแล้วทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

1.แพคเกจจิ้งแบบที่ 1 (หยุดวางจำหน่ายในทุกประเทศ)
แพคเกจนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2014 จึงได้เลิกผลิต เนื่องจาก จีน ได้ผลิตของก็อปออกมาขายเป็นจำนวนมาก และคุณภาพที่ไม่ค่อยจะดี ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีหลายๆเว็ปขายรุ่นนี้อยู่ส่วนใหญ่ก็จะอ้างประมาณว่า สินค้าเป็นสินค้าเก่าที่ค้างอยู่ในสต๊อก(จะ 3ปี แล้วนะยังเหลือในสต๊อกอีกหรอ เป็นส๊อกของประเทศอะไรบอผมที ^^) ใครเจอเวปไหนที่ยังขายรุ่นนี้อยู่ปิดเวปทิ้งได้เลยครับ คุณได้เจอกับเวปที่ขายสินค้าปลอมเข้าแล้วว ส่วนวิธีสังเกตุนะครับสำหรับรุ่นนี้ผมเรียกว่ารุ่นขวดสั้น 25 กรัมละกันนะ จะมีจุดสังเกตุหลักๆอยู่ 2 จุดคือจุดแรกคือ Batch id ใต้ขวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมสีเงิน จะมีเลขบอกรอบการผลิตติดอยู่จุดทีสองคือ ข้างๆขวดจะมี QR CODE เพิ่มขึ้นมา ซึ่งตอนนี้พี่จีนเองก็ก๊อปเรียบร้อยจริงปลอมเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว นี่จึงเป็นที่มา ทีทำให้ Caboki ต้องเปลี่ยนแพคเกจจิ้งเป็นแบบที่สองครับ  

 2.แพคเกจจิ้งแบบที่ 2 (หยุดวางจำหน่ายในทุกประเทศ)
แพคเกจนี้ถูกใช้แค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ตั้งแต่ช่วง เดือนมกราคม 2014  ถึงราวๆ เดือนมิถุนายน 2014 
ซึ่งผมขออธิบายถึงข้อเด่น และข้อด้วยของ แพคเกจจิ้งแบบที่สองดังนี้ นะครับ
จุดเด่นของแพคเกจ
- แพคเกจนี้ตามความรู้สึกผมค่อนข้างที่จะดูดีเอามากๆ เพราะตัวขวดมีสีดำด้านสนิทตลอดทั้งขวด
- แพคเกจนี้ค่อนข้างจะพกพาไปไหนสดวกกว่าแบบแรก เพราะเป็นขวดทรงยาว
- ตัวแพคเกจ ทำจากวัสดุที่ดีมากๆ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง เนื่องจากมีการปั๊มตัวอักษรไว้หลายๆที่
- มีรายละเอียดคู่มือ วิธีการใช้งาน ใส่ไว้ในกล่องสวยงาม
*สรุปนะครับ ด้วยรายละเอียดที่มีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน จึงทำให้แพคเกจจิ้งนี้ค่อนข้างที่จะปลอมยาก และต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ในการทำแพคเกจปลอม 
 จุดด้อยของแพคเกจ
- สำหรับแพคเกจใหม่นี้เป็นขวดสีดำทึบ ทำให้เราไม่รู้ว่าผง caboki ใกล้หมด ซึ่งแพคเกจเก่าตัวขวดจะโปร่งแสงเมื่อ caboki ใก้ลหมดจะทำให้เราสังเกตุเห็นได้ง่ายกว่า
- ขวดเล็กลงทำให้เวราโรยผงจะยากขึ้นเล็กน้อย เพราะต้องกะให้ตรงกับจุดที่บาง แต่ถ้าเป็นขวดแบบเก่า
พื้นที่สัมผัสค่อนข้างเยอะกว่า ถึงจะโรยไปมั่วๆ แต่ก็จะตรงกับจุดที่บาง แต่มันก็จะเปลืองกว่า ^^
- Caboki ไม่ได้ประกาศแจ้งแพคเกจนี้ที่หน้าเว็ป caboki จึงทำให้มีลูกค้าหลายๆ คนถามเข้ามาค่อนข้างเยอะ
ว่าเป็นของจริงหรือปลอม แต่ส่วนตัวผมคิดว่า caboki ก็คงเปลี่ยนแค่ลองตลาดยังไม่คิดจะใช้ แพคเกจนี้ถาวร
จึงเป็นที่มาของแพคเกจหมายเลย 3 ครับ

 3.แพคเกจจิ้งแบบที่ 3 (ยังมีวางจำหน่ายในบางประเทศ)
แพคเกจนี้ถูกใช้ตั้งแต่ช่วง เดือนมิถุนายน 2014 จนถึงปัจจุบันก็ยังเห็นวางจำหน่าย  
ออสเตเรีย นิวซีแลนด์ สิงค์โป อิตาลี่ 
ซึ่งแพคเกจของ caboki รุ่นที่ 3 หลักๆแล้วก็ยังคงคล้ายๆกับรุ่นที 2 แต่มีการเพิ่มโลโก้ว่า made from nature ไว้ที่ด้านหน้าของกล่อง และด้านหน้าของขวด และในส่วนของบนฝากับใต้ขวด ก็ยังมีการพิมพ์อังษรตัวนูน ว่า caboki และ caboki.com เพื่อให้ยากต่อการลองเลียนแบบ และที่สำคัญ caboki รุ่นที่ 3 นี้ได้เปลี่ยนขวดจากขวดทึบของรุ่นที่สอง ให้เป็นขวดแบบโปร่งแสง เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตุผงในขวดว่าใก้ลหมดแล้วหรือยัง นอกนั้นผมก็ไม่สังเกตุเห็นคามเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ครับ 

 4.แพคเกจจิ้งแบบที่ 4 รุ่นล่าสุด

Caboki ของแท้มีรุ่นไหนบ้าง ที่ยังมีขาย ตามมาดูกัน

Caboki ของแท้มีรุ่นไหนบ้าง ที่ยังมีขาย ตามมาดูกัน

เชื่อหรือไม่ครับว่า caboki ถูกผลิตมาได้ราวๆ 9 ปีแล้วซึ่งผมนับง่ายๆจากวันที่จดชื่อ Domain ในปี 2007ตามรูปด้านล่างนะครับจนถึงปีนี้คือ 2016 ก็ผ่านมา 9ปีละ
Caboki เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเอาไว้ปกปิดบริเวณที่ผมบางซึ่งตัว Caboki เองไม่มีส่วนช่วยใด้ๆที่จะทำให้ผมงอกขึ้นมาและคนที่ไม่มีเส้นผม ก็ไม่สามารที่จะใช้Cabokiได้ครับ ซึ่งคนที่จะใช้งานได้ก็ควรที่จะมีผมเดิมอยู่บ้างเพื่อให้ตัวผงใส่ผมได้ยึดเกาะ ทำให้ผมเราดูแล้วมันหนาขึ้น

หลายๆคนที่เพิ่งเริมรู้จักกับเจ้า Caboki คงจะงงกัน เพราะมีหลายๆเว็บ บอกวิธีการตรวจสอบ ต่างๆนาๆ ว่าแบบไหนคือของจริง แบบไหนคือของปลอม วันนี้ผมเองจะมาแชร์ประสบการณ์ ให้ทุกคนได้ฟังกันนะครับ

Caboki นั้นไม่ได้มีขายที USA ที่เดียวนะครับ ซึ่งจากรูปด้านล่างทีผมได้ save ไว้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เราจะเห็นว่า Cabokiมีจำหน่ายในหลายๆ ประเทศเช่น แคนนาดา อังกฤษ ฝรังเศษออสเตเรีย นิวซีแลนด์ สิงค์โป อิตาลี่ สเปน และจีนประเทศเหล่านี้คือประเทศที่บริษัท Caboki เข้าเปิดบริษัทและขายสินค้าด้วยตัวเอง
ดูกันต่อนะครับว่าแพคเกจจิ้งของ Caboki มีแบบไหนกันบ้างเพราะจากที่ผมได้เข้าไปดูข้อมูลเวปที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ข้อมูลที่นำเสนอ ค่อนข้างไม่ถูกต้องครับและที่สำคัญคือ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเอาซะเลย จนบางทีทำให้ลูกค้าคิดว่าของจริงกลายเป็นของปลอมกันเลยทีเดียว รู้ไหมครับว่าจริงแล้วตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันCaboki เปลี่ยนแพคแกจจิ้งมาแล้วทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

1.แพคเกจจิ้งแบบที่ 1 (หยุดวางจำหน่ายในทุกประเทศ)
แพคเกจนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2014 จึงได้เลิกผลิต เนื่องจาก จีน ได้ผลิตของก็อปออกมาขายเป็นจำนวนมาก และคุณภาพที่ไม่ค่อยจะดี ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีหลายๆเว็ปขายรุ่นนี้อยู่ส่วนใหญ่ก็จะอ้างประมาณว่า สินค้าเป็นสินค้าเก่าที่ค้างอยู่ในสต๊อก(จะ 3ปี แล้วนะยังเหลือในสต๊อกอีกหรอ เป็นส๊อกของประเทศอะไรบอผมที ^^) ใครเจอเวปไหนที่ยังขายรุ่นนี้อยู่ปิดเวปทิ้งได้เลยครับ คุณได้เจอกับเวปที่ขายสินค้าปลอมเข้าแล้วว ส่วนวิธีสังเกตุนะครับสำหรับรุ่นนี้ผมเรียกว่ารุ่นขวดสั้น 25 กรัมละกันนะ จะมีจุดสังเกตุหลักๆอยู่ 2 จุดคือจุดแรกคือ Batch id ใต้ขวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมสีเงิน จะมีเลขบอกรอบการผลิตติดอยู่จุดทีสองคือ ข้างๆขวดจะมี QR CODE เพิ่มขึ้นมา ซึ่งตอนนี้พี่จีนเองก็ก๊อปเรียบร้อยจริงปลอมเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว นี่จึงเป็นที่มา ทีทำให้ Caboki ต้องเปลี่ยนแพคเกจจิ้งเป็นแบบที่สองครับ  

 2.แพคเกจจิ้งแบบที่ 2 (หยุดวางจำหน่ายในทุกประเทศ)
แพคเกจนี้ถูกใช้แค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ตั้งแต่ช่วง เดือนมกราคม 2014  ถึงราวๆ เดือนมิถุนายน 2014 
ซึ่งผมขออธิบายถึงข้อเด่น และข้อด้วยของ แพคเกจจิ้งแบบที่สองดังนี้ นะครับ
จุดเด่นของแพคเกจ
- แพคเกจนี้ตามความรู้สึกผมค่อนข้างที่จะดูดีเอามากๆ เพราะตัวขวดมีสีดำด้านสนิทตลอดทั้งขวด
- แพคเกจนี้ค่อนข้างจะพกพาไปไหนสดวกกว่าแบบแรก เพราะเป็นขวดทรงยาว
- ตัวแพคเกจ ทำจากวัสดุที่ดีมากๆ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง เนื่องจากมีการปั๊มตัวอักษรไว้หลายๆที่
- มีรายละเอียดคู่มือ วิธีการใช้งาน ใส่ไว้ในกล่องสวยงาม
*สรุปนะครับ ด้วยรายละเอียดที่มีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน จึงทำให้แพคเกจจิ้งนี้ค่อนข้างที่จะปลอมยาก และต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ในการทำแพคเกจปลอม 
 จุดด้อยของแพคเกจ
- สำหรับแพคเกจใหม่นี้เป็นขวดสีดำทึบ ทำให้เราไม่รู้ว่าผง caboki ใกล้หมด ซึ่งแพคเกจเก่าตัวขวดจะโปร่งแสงเมื่อ caboki ใก้ลหมดจะทำให้เราสังเกตุเห็นได้ง่ายกว่า
- ขวดเล็กลงทำให้เวราโรยผงจะยากขึ้นเล็กน้อย เพราะต้องกะให้ตรงกับจุดที่บาง แต่ถ้าเป็นขวดแบบเก่า
พื้นที่สัมผัสค่อนข้างเยอะกว่า ถึงจะโรยไปมั่วๆ แต่ก็จะตรงกับจุดที่บาง แต่มันก็จะเปลืองกว่า ^^
- Caboki ไม่ได้ประกาศแจ้งแพคเกจนี้ที่หน้าเว็ป caboki จึงทำให้มีลูกค้าหลายๆ คนถามเข้ามาค่อนข้างเยอะ
ว่าเป็นของจริงหรือปลอม แต่ส่วนตัวผมคิดว่า caboki ก็คงเปลี่ยนแค่ลองตลาดยังไม่คิดจะใช้ แพคเกจนี้ถาวร
จึงเป็นที่มาของแพคเกจหมายเลย 3 ครับ

 3.แพคเกจจิ้งแบบที่ 3 (ยังมีวางจำหน่ายในบางประเทศ)
แพคเกจนี้ถูกใช้ตั้งแต่ช่วง เดือนมิถุนายน 2014 จนถึงปัจจุบันก็ยังเห็นวางจำหน่าย  
ออสเตเรีย นิวซีแลนด์ สิงค์โป อิตาลี่ 
ซึ่งแพคเกจของ caboki รุ่นที่ 3 หลักๆแล้วก็ยังคงคล้ายๆกับรุ่นที 2 แต่มีการเพิ่มโลโก้ว่า made from nature ไว้ที่ด้านหน้าของกล่อง และด้านหน้าของขวด และในส่วนของบนฝากับใต้ขวด ก็ยังมีการพิมพ์อังษรตัวนูน ว่า caboki และ caboki.com เพื่อให้ยากต่อการลองเลียนแบบ และที่สำคัญ caboki รุ่นที่ 3 นี้ได้เปลี่ยนขวดจากขวดทึบของรุ่นที่สอง ให้เป็นขวดแบบโปร่งแสง เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตุผงในขวดว่าใก้ลหมดแล้วหรือยัง นอกนั้นผมก็ไม่สังเกตุเห็นคามเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ครับ 

 4.แพคเกจจิ้งแบบที่ 4 รุ่นล่าสุด

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

วิธีที่จะตรวจสอบว่า Caboki จริงหรือปลอม update สุดๆปี 2016

หลายท่านสอบถามเข้ามานะครับว่า Caboki จริงหรือปลอมตรวจสอบยังไงศึกษาข้อมูลไว้เพื่อจะได้ไม่โดนหลอกนะครับ ซึ่งผมเองน่าจะเป็นเจ้าแรกที่นำ Caboki เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็เกือบ 3- 4 ปีได้ละครับ เท่าที่เชคข้อมูลไม่มีเจ้าไหน นำเข้ามาก่อนผมนะครับ ดูข้อมูลประกอบได้ด้านล่างนะครับช่วงหลังๆ มีคนเอาขวดแบบเก่าจากจีน มาขาย เยอะมากให้ข้อมูลจนลูกค้าเองสับสนผมสรุปสั้นๆ ง่ายๆ นะครับ ขวดเก่าปลอมชัวเพราะเลิกผลิตตั้งแต่ปี 2014 ขวดใหม่ของจริงขวดใหม่เป็นแบบไหนดูได้ตามด้านล่างนะครับ ^^ 

http://www.cabokithailand.com ก่อตั้งเมื่อ 23 ธันวาคม 2012
(cabokithailand ขื่อนี้ถูก copy ไปเยอะมากต้นฉบับคือผมเอง 55+)https://www.facebook.com/samson.caboki.Hair.Fiber/?fref=ts ก่อตั้งเมื่อ 7 มิถุนายน 2013http://www.thaihairfiber.com ก่อตั้งเมื่อ 7 มิถุนายน 2013

Line Id : 0844356501 ( account มีลูกค้าราวๆ 6500 คน ลองแอดเข้ามาดูรายละเอียดนะครับ)Line Id : @abc123 ( offical account มีลูกค้าราวๆ 3500 คน แอดเข้ามาดูรายละเอียดนะครับ)                Add Friends สำหรับลูกค้าประจำ   เพิ่มเพื่อน 
เราสามารถเอาชื่อเว็ปไปตรวจสอบได้ที่เว็ปนี้นะครับ http://www.whois.com/whois/เมื่อเอาชื่อเว็ปไปใส่มันจะโผล่รายละเอียดออกมาหมดมา ก่อตั้งเมื่อไหร่ ใครเป็นเจ้าของเว็ป

1. เลือก cabokiที่มีรูปแบบกล่องเป็นแบบใหม่ตามรูปด้านข้าง
จริงแท้ 100 % ครับ ขวดกล่องแบบใหม่
(ไม่มีใคร Copy เพราะต้นทุนสุงมาก ในการเปลี่ยนแบบ)
2.เรามาดูกันที่ใต้ขวดกันบ้าง มีแค่ตัวอักษร 
ที่เขียนว่า Caboki เท่านั้นครับ ไม่สัญลักษณ์
อะไรที่เป็นเลข 06 นะครับ(มีลูกค้าบางท่านถาม
เข้ามาว่าต้องมีเลย 06 ผมบอกได้เลยครับว่
ลูกค้าได้ซื้อของปลอมเรียบร้อยละครับ เพราะร้าน
นั้นขายขวดเก่าที่เลิกผลิตไปนานละครับ และ
ขวดใหม่เองก็ไม่เห็นมี 06 เลยครับ)
3.เรามาดูรายละเอียดของขวด caboki ด้านหน้า
กันนะครับ จะเป็นขวดยาวเรียวสีดำด้าน ด้านหน้า
มีตัวอักษรเขียนชัดเจนชื่อยี่ห้อคือ Caboki
แล้วก็จะมีสัญลักษณ์ made from nature
เพิ่มขึ้นมาด้านล่างตามรูป
4.ส่วนต่อมาคือฝาปิดของขวด caboki
จะมีข้อความพิมว่า Caboki ชัดเจนตามรูป
ด้านซ้ายมือ